9vannarat's Blog

สารพิษที่เกิดในพืชโดยธรรมชาติ

Posted on: กรกฎาคม 23, 2008

1. กรดไฮโดรไซยานิค (Hydrocyanic acid)

กรดไฮโดรโดรไซยานิค หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กรดพลัสสิค (Prussic acid) พบในพืชบางชนิดโดยจะมีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคสูงสุดในระยะเริ่มแรกของการเจริญเติบโต และจะลดลงเมื่อพืชเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเข้มข้นของปริมาณแร่ธาตุในดิน มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคเช่นเดียวกัน พืชที่ขึ้นในดินที่อุดมสมบูรณ์ จะมีกรดไฮโดรไซยานิคสูงกว่าในดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์ และในพืชต้นเดียวกันส่วนยอดจะมีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคสูงสุด รองลงมาคือ ใบ ต้น ราก ก้านใบ หัว และเปลือกตามลำดับ น้อยที่สุดได้แก่ส่วนต้นและกิ่ง

พืชอาหารสัตว์ที่พบว่ามีกรดไฮโดรไซยานิคในระดับสูง ได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าวฟ่าง หญ้าจอห์สัน หญ้าซอกั้ม หญ้าเพ็ก หญ้าซูแด๊กซ์ หญ้าแพนโกล่า หญ้าเนเปียร์ และหญ้าโคไร เป็นต้น

อาการของสัตว์ที่เกิดจากสารพิษของกรดไฮโดรไซยานิค คือ กล้ามเนื้อขาดออกซิเจนทำให้หายใจขัด ตัวสั่น ชักกระตุก และอาจถึงตายได้ในรายที่รุนแรง จะแสดงอาการภายใน 10-15 นาที และตายภายใน 2-3 นาที หลังจากแสดงอาการ ระดับต่ำสุดของกรดไฮโดรไซยานิคที่สามารถทำให้เกิดความเป็นพิษต่อสัตว์ คือ 2.315 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และถ้าสัตว์ได้รับปริมาณกรดไฮโดรไซยานิค 4 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม จะทำให้เกิดพิษรุนแรงต่อสัตว์ และอาจทำให้สัตว์ตายได้

2.ไนเตรท-ไนโตรเจน (Nitrate-Nitrogen)

ไนเตรท เป็นสารที่สะสมอยู่ในลำต้นและใบของพืชหลายชนิด ซึ่งบางชนิดอาจจะมีปริมาณสูงมากพอที่จะทำให้เกิดการเป็นพิษขึ้นได้ เมื่อสัตว์กินพืชชนิดนั้นๆเข้าไปในปริมาณมาก

พืชอาหารสัตว์ที่พบว่ามีไนเตรทสูง ได้แก่ ข้าวฟ่าง เถามันเทศ ผักโขม ไมยราบไร้หนาม ทองหลางใบมน และข้าวโอ๊ด เป็นต้น

อาการของสัตว์ที่เกิดจากสารพิษของไนเตรท – ไนโตรเจน พืชที่มีปริมาณไนเตรทในรูปไนเตรท – ไนโตรเจนโดยเฉลี่ยเกินกว่า 2,100 ppm จะทำให้สัตว์ที่กินพืชนั้นแสดงอาการเป็นพิษได้ ความเป็นพิษของไนเตรทในสัตว์เคี้ยวเอื้อง (Ruminant) ที่เลี้ยงด้วยพืชหลายชนิดที่มีไนเตรทสูงพบว่าสัตว์จำพวกโคกระบือ แสดงอาหารเป็นพิษมากกว่าแพะ และม้า ซึ่งไม่ใช่สัตว์เคี้ยวเอื้อง สัตว์จะแสดงอาการตัวสั่น เดินโซเซ หายใจเร็ว และตายเนื่องจากร่างกายขาดออกซิเจน

ปริมาณต่ำสุดของไนเตรทที่มีผลต่อสัตว์ คือ
สุกร 19-21 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัวสัตว์ 1 กิโลกรัม
แกะ 40-50 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัวสัตว์ 1 กิโลกรัม
โค กระบือ 88-110 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัวสัตว์ 1 กิโลกรัม

3.มิโมซีน (Mimosine)

มิโมซีน ความเป็นพิษของมิโมซีนเกิดขึ้น เนื่องจากจะไปยับยั้งการสร้างฮอร์โมนไทร๊อกซีน (Thyroxine) ทำให้ต่อมไทรอยด์ขยายใหญ่ เกิดเป็นโรคคอหอยพอก

พืชอาหารสัตว์ที่พบสารมิโมซีนสูง ได้แก่ กระถิน (Leucaena spp.) ทุกพันธุ์ ไมยราบพื้นเมือง (Mimosa pudica) ในกระถินจะพบมิโมซีนมากในใบและเมล็ด โดยพบในใบอ่อนมากกว่าใบแก่สำหรับสัตว์เคี้ยวเอื้องสามารถใช้ใบกระถินได้ถึง 50 เปอร์เซนต์ ของอาหารสัตว์สุกร ในอาหารสัตว์ปีกไม่ควรเกิน 5 เปอร์เซนต์ ในอาหารสุกรไม่ควรเกิน 10 เปอร์เซนต์ และอาหารโคไม่ควรเกิน 50 เปอร์เซนต์

อาการของสัตว์มี่เกิดจากสารพิษมิโมซีน ในสัตว์เคี้ยวเอื้องมิโมซีนมีผลทำให้ประสิทธิภาพการย่อยเยื่อใยของแบคทีเรียในกระเพาะรูเมนลดลงทำให้สัตว์เจริญเติบโตช้า ส่วนในสัตว์กระเพาะเดี่ยว เช่น ม้า สุกร เป็ด ไก่ กระต่าย จะมีอาการขนร่วง ทั้งนี้เพราะมิโมซีนไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บางตัวจึงเป็นสาเหตุทำให้ขนร่วง

4. ออกซาเลท (Oxalate)

ออกซาเลท เป็นสารที่พบในพืชสีเขียวบางชนิดที่อยู่ในระยะที่กำลังเจริญเติบโต และเมื่อพืชเจริญเติบโตเต็มที่ปริมาณออกซาเลทจะลดลง

พืชอาหารสัตว์ที่พบสารออกซาเลท ได้แก่ หญ้าซีทาเรีย (Setaria sphacelata) มีออกซาเลทมากถึง 7 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นพิษต่อโค กระบือ และม้า

อาการของสัตว์ที่เกิดจากสารพิษออกซาเลท ทำให้การสะสมแคลเซียมในร่างกายสัตว์ลดลงสัตว์จึงมีการเจริญเติบโตของสัตว์ช้า กล้ามเนื้ออ่อนเพลีย และอาจเป็นอัมพาตได้ ถ้าสัตว์ยังกินอาหารที่มีออกซาเลทต่อไป แม้ปริมาณน้อยจะทำให้ไตถูกทำลาย และมีผลทำให้เกิดก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะได้

ปริมาณออกซาเลทต่ำสุดที่สามารถทำให้เกิดพิษกับสัตว์ คือ
โค กระบือ 685 กรัม (กรดออกซาลิค/วัน)
แกะ 6 กรัม (กรดออกซาลิค/วัน)
ม้า 450 กรัม(กรดออกซาลิค/วัน)

5. แทนนิน (tannin)

แทนนิน เป็นสารที่ทำให้เกิดรสฝาดในพืชอาหารสัตว์บางชนิด ความเป็นพิษของแทนนิน คือ จะยับยั้งการเกิดเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหารในกระเพาะสัตว์

พืชอาหารสัตว์ที่พบสารแทนนิน ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเดสโมเดียม หรือส่วนเปลือกขจองลำต้นพืชยืนต้น เป็นต้น

อาการของสัตว์ที่เกิดจากสารพิษแทนนิน สัตว์ที่กินอาหารที่มีแทนนินเข้าไปปริมาณมากพอที่จะเกิดพิษได้ จะแสดงอาการท้องอืด และมีคอเลสเตอรอล (Cholesteral) ในกระแสเลือดสูงขึ้น เพราะกรดแทนนินที่สะสมในร่างกายจะลดลงและพลังงานที่ใช้ประโยชน์ได้น้อยลง

ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: